Travel

- รอบนี้มีแต่ภาพดิบ ๆ จากกล้องมือถือ…

Japan 2013 Day 1-2 : Asakusa / TOKYO SKYTREE (ที่ไม่ได้ขึ้น) / Oedo Onsen

________________________________________

 

วันเสาร์ที่ 25 พฤษภาคม 2556

วันนี้เป็นวันช็อปอิสระก็ว่าได้ ทุกคนต่างแยกย้ายไปตามทางของตน 555 ซึ่งแถวโรงแรมเรามีย่านหลายมุม หลัก ๆ ก็ Shinsaibashi (心斎橋), Dotonbori (道頓堀), Namba(難波), Nipponbashi (日本橋) วันนี้เราประเดิมที่ Dotonbori ควบ Shinsaibashi ก่อน เพราะว่า Dotonbori หลัก ๆ ก็เน้นของกินอยู่แล้ว ก็เลยไปหากินเอาที่นี่

IMG_2204

ไม่เข้าใจเหมือนว่าทำไมตัวเองลืมถ่ายภาพ ตอนนั้นหิวจัดจนลืมถ่ายล่ะมั้ง ไปกินทาโกะยากิเจ้านึงที่จำไม่ได้แม้แต่ชื่อ เห็นคนเข้าออกอยู่เรื่อย ๆ ซึ่งรสชาติอร่อยมาก รู้สึกว่าจะอร่อยกว่าวันที่มากินวันแรก ๆ ที่นัมบะด้วยซ้ำ แต่เนื่องจากไม่ใช่ข้าวเลยไม่ค่อยอิ่ม (สั่งน้อยด้วย ไม่อยากกิน) จากนั้นเดิน ๆ ไปสักพักเลยตุนข้าวปั้นใส่ท้องจากเซเว่น

IMG_2206

เหมือนเดิม… เจอกาชาปองแปลก ๆ ก็ถ่ายมา

วันนี้เป้าหมายการมา Shinsaibashi คือการจับจ่ายซื้อของแบบคนธรรมดาทั่วไปเป็นหลัก หลังจากทำตัวโอตาคุมาหลายวันแล้ว 555

IMG_2208

ร้านนี้ชื่อร้าน g.u. สาขาชินไซบาชิ (g.u. 心斎橋店) เข้าไปดูเพราะร้านตกแต่งสีน่ารักดี ราคาไม่แพงด้วย ไม่ต่างจาก UNIQLO เท่าไหร่ แต่ไม่มีเสื้อผ้าถูกใจเราอยู่ดี เลยผ่านไปแบบไม่เสียเงิน

IMG_2213

สะพรึงกับคิตตี้อีกแล้ว… แต่รอบนี้ยอมเข้าไปดู เพราะอยากหาสินค้า SANRIO อื่น ๆ ที่ไม่ใช่คิตตี้นี่… แต่พบว่ามีน้อยมาก เมื่อเทียบกับสิ่งมีชีวิตแมวไม่มีปากตัวนี้…

IMG_2210

เอวานเกเลี่ยนคิตตี้….

IMG_2216

อันนี้ ถ่ายมาเล่น ๆ เดี๋ยวก็ไม่ได้เล่นห้องน้ำญี่ปุ่นแล้ว เราชอบตรงเซนเซอร์มือสำหรับทิ้งขยะมากเลย แต่ระบบเหยียบของไทยก็ไม่เลวนะ จากนั้นก็เข้าห้างเพราะมีเป้าหมาย… ห้างที่เราแวะคือห้าง Daimaru สาขาชินไซบาชิ อาคารเหนือ (大丸 心斎橋店 北館) ซึ่งนอกจากตึกเหนือแล้วยังมีอาคารกลาง และอาคารใต้ ซึ่งสาเหตุที่เรามาก็คือเรามีเป้าหมายคือ ร้าน MUJI ที่ชั้น 6 ของอาคารเหนือนั่นเอง

IMG_2218

ร้าน MUJI (無印良品) มันคือร้านเดียวกับที่ไทยนั่นแหละ แต่สาขาไทยเราว่ามันอำมาตย์เกิน ราคาสูงเวอร์มาก สาขาญี่ปุ่นเป็นร้านระดับกลาง ๆ มีสมุดราคา 100 เยน (30 บาท) ขายด้วย มาสาขาญี่ปุ่น

IMG_2219

อันนี้ซื้อมาเล่น ๆ ด้วย มันคือสมุดวาดการ์ตูน 4-koma (การ์ตูน 4 ช่อง) เราว่ามันเอามาประยุกต์ใช้สเก็ตช์อะไรอื่น ๆ ได้เหมือนกัน หรือใครจะแปลงมาใช้วาด Storyboard เราก็ว่ายังเวิร์คนะ

IMG_2220

เพิ่งเห็นว่ากล้องไอโฟนไม่โฟกัส… 555 อันนี้ไม่ได้ซื้อมา เพราะคิดว่าไม่ได้ใช้เท่าไหร่ เป็นพวกโน้ตมีกาว แปะผนังเตือนความจำ มันน่าสนใจตรงเป็นนาฬิกาเนี่ยแหละ

IMG_2221

อันนี้ก็โน้ตเหมือนกัน แต่ต่างกันคือมี 3 ประเภท ตามรูปร่างของมัน แต่ราคาแพงเกิน เลยไม่ได้ซื้อมา จากนั้นก็สิงอยู่ที่ MUJI ประมาณเป็นชั่วโมงแล้วก็อพยพเดินถนนชินไซบาชิกันต่อ

IMG_2222

จำชื่อร้านไม่ได้ เป็นร้านเครื่องเขียน แต่ของส่วนใหญ่ราคาไม่ค่อยถูก เลยไม่ได้ซื้อมา…

IMG_2225

เมืองไทยก็มี UNIQLO จะแวะทำไม? แต่ประเด็นคือ UNIQLO สาขาญี่ปุ่นถูกกว่าไทยเกือบร้อย ถ้าตัวไหนลดราคาจะถูกยิ่งกว่านี้อีก ถ้าใครมีเสื้อที่เล็ง ๆ อยากได้อยู่แล้ว เราว่าซื้อ ๆ ไปเถอะ เพราะเราไม่ค่อยเข้าใจคนที่ชอบว่าคนอื่นเวลาซื้อของจากต่างประเทศที่มีขายเมืองไทย ก็ในเมื่อถ้าเราอยากได้อยู่แล้ว เลือกที่จะซื้อสถานที่ถูกกว่ามันจะแปลกตรงไหนหว่า? จริงมั้ย ฮา

เราได้เสื้อจาก UNIQLO 3 ตัว 2 ตัวเป็นของจากมุม Japan Souvenir ที่เป็นลายที่ขายเฉพาะที่ญี่ปุ่นเท่านั้น ส่วนอีก 1 ตัวเป็นลาย Monster University ซึ่งได้มาในราคาเป็นเงินไทย ราว ๆ 250 บาท ราคาไทยขายกัน 390 บาท

IMG_2226

อันนี้คือรายชื่อเสื้อที่โปรโมชั่นอยู่ แนะนำให้คูณ​ 0.32 เข้าไป

จากนั้นก็เดินไป  Tokyu Hands สาขาชินไซบาชิ (東急ハンズ 心斎橋店) กันต่อ ซึ่งคราวนี้มีเป็นตึกเลย จากคราวก่อนที่เราไปฮาราจุกุเป็นร้านเล็ก ๆ แต่เราพบว่ามันขายของหลากหลาย มีร้านอื่นปนอยู่ด้วย แต่ไม่มีอะไรน่าสนใจเท่าร้านเล็ก ๆ ที่โตเกียวเลยสักนิด ย้อนกลับไป 3 ปีก่อน เราไป Tokyo Hands สาขาที่ใหญ่นิดนึง แต่ก็มีชั้นเดียวที่ Odaiba (จำชื่อห้างไม่ได้) เรายังรู้สึกว่า สาขานั้นของยังน่าสนใจกว่าอีก ในเมื่อไม่มีของที่อยากได้ก็เฟล ๆ นิด ๆ และไม่ได้เสียตังค์จากห้างนี้เลย

IMG_2227

ผึ้ง (ม่าจัง) แวะกินชานมไข่มุกที่ญี่ปุ่น ราคามหาโหด 390 เยน (คูณ 0.30 เข้าไป เพราะผึ้งแลกด้วยเรตนี้ ฮา) เราถ่ายมาให้ดูตู้กด เพราะว่าตอนกินร้านข้าวแบบนี้เราไม่ได้ถ่ายมา ซึ่งก็หลักการเดียวกัน หยอดเหรียญแล้วกด หลายคนอาจจะสงสัย ไม่มีภาษาอังกฤษเลยแล้วทำยังไงดี พอดีร้านนี้มันมีเมนูเป็นป้ายใหญ่ ๆ ตั้งข้างร้านเป็นรูป + ภาษาอังกฤษ ฉะนั้นก็แค่กดชื่อและราคาตามนั้นก็พอ

IMG_2228

พอได้มาแล้ว ยื่นใบให้พนักงาน แล้วก็รอคิวโลด ซึ่งชานมไข่มุกที่นี่เน้นชานมที่อร่อยและดูสดมาก น้ำแข็งกับไข่มุกน้อย ฉะนั้นเราได้เสพชานมเพียว ๆ เลย ต่างจากที่ไทยบางร้านน้ำแข็งก็ล่อไปเกือบแก้ว แถมยังมีไข่มุกที่เยอะซะจนกินชานมหมดแก้วแล้วแต่ไข่มุกยังไม่หมด

IMG_2229

จากนั้นก็แวะ BOOKOFF สาขาชินไซบาชิ ของไม่ค่อยเท่าไหร่ มีแค่ 3 ชั้น เลยเดินแป๊บเดียวก็ออกมา ส่วนรูปนี้เพื่อนฝากถ่ายราคามา

จากนั้นจะขอทำตัวโอตะสักนิด โดยการไปบุก Mandarake สาขาชินไซบาชิ

IMG_2231

ระหว่างแวะเจอป้ายร้าน RICORI ที่ชิโนดะ มาริโกะ (AKB48) เป็นคนเปิดแบรนด์ของตัวเอง ซึ่งปัจจุบันเจ้าตัวเพิ่งประกาศจบการศึกษาไป… และจะอยู่กับวงวันสุดท้ายถึงปลายเดือนหน้า T_T ส่วนร้านนี้เราไม่ได้เข้าไป เพราะไม่คิดว่าจะมีเสื้อสไตล์ตัวเอง และคงไม่มีปัญญาซื้อนัก

IMG_2232

และแล้วก็มาถึง Mandarake … เป้าหมายของรอบนี้เรามาเพื่อซื้อ Aoi Hana เล่ม 6 ที่เราขาดเล่มเดียวเท่านั้น เราตรงไปเคาน์เตอร์ถามพนักงานผู้หญิง พนักงานผู้หญิงก็โทรเรียกพนักงานผู้ชายอีกคน แล้วเขาพาไปถึงเชลฟ์ของเรื่องนี้ที่ชั้น 2 ให้ บริการได้ใจจริง ๆ ซาบซึ้ง TwT

นอกจาก Aoi Hana เล่ม 6 ยังได้ CD No,Thanks You ของ K-ON มือสองมาอีกแผ่นด้วย

IMG_2233

(ถ่ายมาเล่น ๆ 555)

เราแวะร้าน Don Quijote สาขาชินไซบาชิ ซื้อของกลับไปกินที่เมืองไทย เน้นพวกขนม นอกนั้นก็มีชาเขียวแบบชง ซึ่งใส่น้ำเย็นชงได้เลย ก็อร่อยดี ที่นี่เราเจอคนไทยกันเองเพียบเลย… จากนั้นเราเริ่มหิวแล้ว เลยไปจะไปหาข้าวเย็นกินกัน

ร้านที่เรามากินคือร้านที่ชื่อเหมือนย่าน ชื่อร้าน DOHTONBORI  เป็นร้านขายโอโคโนมิยากิ ซึ่งมาโอซาก้าจะพลาดกินโอโคโนมิยากิได้ไง ตอนแรกเราลังเลระหว่างร้านนี้กับร้าน CHIBO ข้าง ๆ แต่ผึ้งบอกว่าอีกร้านดูเป็นภัตตาคารไปหน่อย (มันก็ไฮโซจริง) เลยเอาอีกร้านดีกว่า ดูบ้าน ๆ ดี ส่วนร้าน CHIBO เราเองเคยมากินตอนมากินกับทัวร์เมื่อ 3 ปีก่อน มาเป็นคอร์สจัดเต็มมาก กินจนท้องแตก orz

เราเห็นคนรอคิวโอโคโนมิยากินาน เราเลยสั่งพร้อมข้าวผัดด้วย จะได้มีอะไรรองท้อง (หิวจัดกันมาก)

IMG_2235

IMG_2236

IMG_2237

IMG_2238

IMG_2239

IMG_2240

IMG_2241

อันนี้ข้าวผัดเสร็จแล้ว

IMG_2242

โอโคโนมิยากิเสร็จเรียบร้อยแล้ว อิ่ม ๆ ฟิน ๆ กันไป

IMG_2243

IMG_2245

IMG_2246

ได้ลูกอมมาด้วย ตอนหลังเราไป Search ร้านนี้ เราพบความเฟลเล็ก ๆ อย่างนึงคือ… ร้านนี้มันมีสาขาที่ไทย ถึงแม้จะมีแค่ 5-6 สาขา (และไกลมาก) ก็เถอะ แต่เอาเถอะ เราได้มากินถึงต้นตำรับแล้ว … ซึ่งตอนเราไปเจอคนต่างชาติประมาณครึ่งนึง

จากนั้นเราก็ไปย่านนัมบะ ไปแวะ AKB48 Cafe & Shop สาขานัมบะ!

IMG_2247

ได้ของกลับบ้าน 2 ชิ้น… เป็นพวงกุญแจ Team K กับ ที่ติดกระจกรูปโอชิเมม โอชิมะ ยูโกะ ^^

IMG_2248

อันนี้เป็น Costume ของ โอชิมะ ยูโกะ จากเพลง Beginner

IMG_2249

อันนี้ชุดของชิโนดะ มาริโกะ ไม่ได้บอกเพลงไว้แฮะ ไม่แน่ใจว่าอันไหน

จากนั้นเราจะไป Nipponbashi ที่เป็นดงอนิเมฝั่งโอซาก้า แต่ทว่าเราไม่แน่ใจว่ามันอยู่ตรงไหนกันแน่ เน็ตก็ดันล่มอีก ตอนนั้น 2 ทุ่มแล้วเลยตัดใจเดินไปร้านขายยา Drug Sugi สาขาโดทมโบริ (スギ薬局 道頓堀東店) ที่ใกล้โรงแรม ซื้อของกิน + ของใช้นิดหน่อย เพราะมันถูกกว่าไทย บางอย่างไม่มีขายด้วย ฮา XD

ม่าจังซื้อแชมพู+ครีมนวด Tsubaki ที่มันลดขายยกแพ็ค 2 ขวด 700 กว่าเยน ตกเป็นเงินไทยก็ 200 กว่าบาทเท่านั้น ส่วนราคาในไทยขายกันขวดละ 439 บาทจ้า

เรากลับมาโรงแรมเราพบว่านิปปอมบาชินี่จาก AKB48 Cafe & Shop ข้ามไปอีกหน่อย เราก็จะถึงโซนนั้นแล้ว… เฟลเลย TwT น่าจะลองเดินไปหน่อยแฮะ แต่ไม่เป็นไร…

_______________________

วันอาทิตย์ที่ 26 พฤษภาคม 2556

มาถึงวัน Check-Out แล้ว เราบิน 13.50 เราก็ต้องรีบไปออกไปแต่สาย ๆ ไม่มีเวลาเดินที่ไหนนัก เดินไปขึ้นสถานีนัมบะของ Nankai เพื่อนั่งไปลงสนามบินคันไซ ผ่าน Nippombashi ด้วยความเสียใจที่แวะไม่ได้…​ฮา

IMG_2256

IMG_2258

 

มาถึงสนามบินแล้ว จากสถานีเชื่อมถึงสนามบินเลย

IMG_2260

 

ระวังปูหนีบ เอ๊ย ประตูหนีบ แต่ชอบป้ายนะ ป้ายน่ารักดี

ช่วงเวลาสนามบินคันไซผ่านไปไวมาก อีกอย่างสนามบินคันไซไม่ขายของฝากเท่าไหร่ ถ้าเป็นสนามบินนาริตะ (ที่เราเคยไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว) จะมีร้านให้เลือกสรรเยอะมาก เรียก ๆ ง่ายคือ รวมของฝากจากทั่วประเทศมารวมไว้ที่เดียว อย่างเราไม่ได้ไปฮอกไกโด แต่เราก็ได้กินช็อกโกแลต Shiroi Kobito ไรเงี้ย แต่ที่นี่ไม่มีเลย เลยได้แค่ ROYCE กับคิทแคทมานิด ๆ หน่อย ๆ เพราะมีรุ่นน้องฝากซื้อคิทแคท

IMG_2261

อาหารกินเล่นบนเครื่อง เป็นรสคาราเมล ไม่ค่อยถูกปากเท่าไหร่นั้น คงเพราะเป็นคาราเมลแหละ หวานไปหน่อย (นี่ซื้อเพราะถุงน่ารักล้วนๆเลย ฮาาา)

IMG_2262

IMG_2263

 

IMG_2264

 

ลาก่อนญี่ปุ่น….

 

ส่วนเนื้อหาตอนรอ Transit ที่จีน ไม่ขอพูดรายละเอียด แต่ส่วนตัวไม่ประทับและจะไม่ transit ที่ประเทศนี้อีกแล้ว แล้วก็ไม่มีเงินหยวนก็ได้แต่รอและหิวก็กินขนมที่ซื้อมาเล่นไปก่อน 555 เวลาถึงไทยก็ประมาณเที่ยงคืน ซึ่งตรงขาเข้าไทยนี่ เละเทะมาก ตอนเราไปกรอกใบขาเข้า ปากกาก็ไม่มีให้ แล้วมีแต่ขยะเต็มเคาน์เตอร์ ใครก็ได้ที่รู้จักคนข้างในช่วยสะกิดกันที มันน่าอับอายมาก First Impression ตอนเข้าประเทศเลยนะเฮ้ย…

ตอนนี้คิดถึงญี่ปุ่นมาก…  เป็นประเทศที่อยากไปเรื่อย ๆ เพราะไปแล้วยังเที่ยวไม่หมดซะที ไว้โอกาสหน้า (เมื่อไหร่ไม่รู้) จะลองเขียนประเด็นสอบซ่อม สรุปจากทริปนี้ว่าแป้กตรงไหน แล้วก็คราวหน้าจะไปเที่ยวไหนดีกว่า :3

 

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันมามาตลอดยันปิดทริปเน้อ      Surprised 

 
- ภาพใน Entry มีปนกัน 2 กล้อง ระหว่างกล้องโทรศัพท์ กับ DSLR
- ขี้เกียจแต่งภาพ ภาพก็เลยดิบ ๆ จากกล้อง
- ภาพเยอะ ระวังโหลดช้า
 
ตอนเก่า ๆ

________________________________________

วันศุกร์ที่ 24 พฤษภาคม 2556

วันนี้เราต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปให้ทันรถไฟ JR เที่ยวแรกของวัน แต่อย่างที่รู้กัน โรงแรมเราไกลจากสถานี JR มาก แล้ววันนี้เราออกช้ากว่ากำหนดนิดหน่อย พอเดิน ๆ แล้วรู้สึกว่าไปไม่ทันแน่ ๆ เลยนั่งบริการของ Subway ที่สถานี Namba (ที่เดินถึงก่อน JR ) ของสาย Osaka City Subway Midosuji ไปลงสถานี Shin-Osaka เลย ยอมจ่ายในราคา 270 เยน เพื่อไปให้ทันชินคันเซนเที่ยว 6.50 น.
 
IMG_2114
  Read more...